[CR][แชร์ประสบการณ์] หลังเสริมนม กับ อีกมุมมองของอาชีพ “พริตตี้” ที่หลายคนไม่คิดเข้าใจ !

เสื้อตัวเดิม หมวกใบเดิม เพิ่มเติมคือมีนมแล้ว (รูปนี้อัพเดท 3 เดือนค่ะ) ปอกส้มอมยิ้ม13อมยิ้ม13

สำหรับสาวๆ (หรือหนุ่มๆ บางคน!) ปัญหานมเล็กเนี่ยมันขัดใจมากกกกกกกกกกก เหมือนสุภาษิตที่ว่า “อกหักอ่ะเรื่องเล็ก แต่อกเล็กอ่ะเรื่องใหญ่” วันนี้เราจะมาแชร์ประสบการณ์หลังเสริมนมกับ ข้อดี หลังเสริมนมที่ผู้ชาย(และผู้หญิง) หลายๆ คนยังไม่เข้าใจ (ว่าเสริมไปทำไม ธรรมชาตดีอยู่แล้ว บลาบลา)

จากรูปจะเห็นว่าเราเป็นคนตัวเล็ก (มากกกกกกกกกกก) โดนเพื่อนล้อตลอด ใครพาลูกสาวมาทำงานด้วย 5555555 (เราทำงานพริตตี้ MC PR ออกอีเวนท์ทั่วไปค่ะ) รู้สึกเสียเปรียบคนอื่นในใจลึกๆ ก็แต่ละคนเนาะะ สูงยาวว! เข่าดี! หุ่นเปรี๊ยะ! ที่สำคัญนมนี่ยอมค่ะะ เท่าหัวเรา! เราเลยได้งานที่ค่อนข้างจำกัด เป็นแนวใสๆ น่ารัก(คงเพราะเหมาะกับลุคเราด้วย)

นมเล็ก = ปมด้อย
หลายๆ คนอาจจะมีทัศนคติต่างกันค่ะ บางคนก็พอใจกับสิ่งที่มี แต่ บางคนก็พอใจกับสิ่งที่อยากมี แต่สำหรับเรา การปลอบใจให้รู้สึกพอใจกับสิ่งที่มี อย่างเช่น ให้พอใจกับนมเล็ก พ่อแม่ให้มาแค่นี้ก็พอแล้ว บลาบลาบลา มันเหมือนหลอกตัวเองไปวันๆ ตั้งแต่เล็กจนโต มีเสื้อผ้าที่เราซื้อมาแล้วใส่ไม่ได้เยอะมากกกกกกก (ผญบางคนน่าจะเข้าใจนะ บางร้านซื้อเราไม่ได้ลอง ลองไม่ได้ แล้วยิ่งคนไม่มีหน้าอกแบบเรา ช้ำใจกับเรื่องนี้ประจำ!!) และอาจจะเป็นเพราะด้วยอาชีพของเรา ต้องแต่งตัว ต้องเจอผู้คน แล้วยิ่งโดนแซวบ่อยๆ มันทำให้เรารู้สึกว่า นมเล็ก คือ ปมด้อย ของตัวเรา

เริ่มคิดเปลี่ยนแปลงตัวเอง

บางคนคิดว่าเป็นพริตตี้ MC ก็ต้องสวย พริตตี้ศัลยกรรม เป็นเรื่องปกติ แต่เราไม่คิดแบบนั้นอ่ะ อาจจะจริงที่พริตตี้บ้านเราทุกวันนี้ชอบทำศัลยกรรม คางแหลม จมูกพุ่ง ตาสองชั้น กรามหาย นมใหญ่ จนเป็นบล็อกเดียวกัน แต่สำหรับเรา เราคิดอยากเปลี่ยนตัวเอง อยากทำศัลยกรรม เพราะเราต้องการเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเอง สามารถนำไปต่อยอดในการทำงานของตัวเองได้ด้วย ศัลยกรรมก็เหมือนการลงทุน หลังทำก็ต้องได้กำไร
ไม่ได้มองว่าเป็นแฟชั่น หรือเป็นเทรนด์ ถ้าศัลยกรรมก็อยากให้ออกมาดูธรรมชาติมากกว่าหน้าบล็อคเดียวกัน

สู่เส้นทาง ศัลยกรรม

เมื่อมีความคิดจะทำนมแล้ว ทุกวันที่เราทำงานเราคิดตลอดค่ะ ทำที่ไหนดี ทำขนาดไหนดี ทำแบบไหนดี !! (เป็นการย้ำตัวเองให้เก็บเงินไปในตัว) เรามีโอกาสได้ถามเพื่อนๆ พริตตี้ด้วยกันด้วย ส่วนใหญ่เพื่อนจะแนะนำคุณหมอและคลินิกดังๆ อย่างคลินิกทำนมที่ประตูน้ำ หมอพีหลักสี่ (คิดว่าทุกคนคงรู้ค่ะ เพราะเป็นหมอที่แมสเรื่องการทำนมมาก)  แต่สำหรับเรา เราตั้งงบจำกัดค่ะ ที่สำคัญต้องเป็นคุณหมอศัลยกรรมเฉพาะทาง และดมยาสลบโดยแพทย์วิสัญญีเท่านั้น (เคยอ่านกระทู้ทำนมแล้วตื่นตอนผ่าตัด น่ากลัวมากก) เราใช้เวลาประมาณ 2 เดือนกว่าๆ ในการเก็บเงินและศึกษาการทำนมค่ะ สุดท้ายเราเลือก มาสเตอร์พีซ คลินิกเดิมที่เราเคยทำจมูกมา เพราะ

1.    คุณหมอเป็นคุณหมอศัลยกรรมเฉพาะทาง (เราทำนมกับคุณหมอสมบูรณ์ค่ะ ค่อนข้างดังเลย)
2.    ดมยาโดยวิสัญญีแพทย์ (ตอนทำจมูกเราก็ดมยาค่ะ ได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณหมอด้วย)
3.    ถ้าเทียบกับคลินิกอื่น ราคาปานกลาง แต่มีแถมคอร์สการรักษาหลังทำด้วย (อันนี้เลิศมาก เดี๋ยวจะบอกว่าดียังไงค่ะ)
4.    ใกล้ (อยู่สยามเลยนี่เอง สะดวกมาก)
5.    คลินิกสะอาดมาก มีห้องพักฟื้นฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย (ทำจมูกครั้งแรกหลังดมยาเราเคยพักฟื้นที่คลินิกค่ะ
พยาบาลป้อนน้ำป้อนข้าวตลอด ประหนึ่งลูกค้าVIPเลยค่ะ 5555)

Service Mind

เราเชื่อว่าส่วนใหญ่ทุกคลินิกบริการลูกค้าดีค่ะ แต่สำหรับที่นี่เราประทับใจตรงการบริการที่ดูแลเหมือนเราเป็นเคสVIPจริงๆ ตอนนั่งรอคิวที่โซฟาพี่ๆ พนักงานคุกเข่ามานั่งคุยกับเรา (ย้ำว่าคุกเข่า ตลอดที่เข้ามาคุย) เอาน้ำมาให้ รายงานเป็นระยะ (เพราะต้องรอค่ะ แอบตินิดนึงเพราะรอนานเลยแหละ เข้าใจว่าคลินิกยังไม่ใหญ่มากแต่ลูกค้าเยอะ ใครจะมาปรึกษาหรือมาทำ เราแนะนำลางานมาเลยนะ 1 วัน จะได้ไม่หงุดหงิด เสียเวลา)
ตอนปรึกษา อยู่กับหมอ 2 : 2 พี่พนักงานที่ดูแลเราจะรอหน้าห้องค่ะ เป็นอะไรที่อายมาก เพราะคุณหมอเป็นผู้ชายยยยยยยย ถึงจะรุ่นพ่อเราแล้วก็เหอะ55555555 ด้วยความที่เราเป็นคนขี้อายด้วย คุณหมอชวนเราคุยตลอด ต้องการแบบไหน อยากให้ออกมาเป็นยังไง อยากได้ใหญ่มั้ย และบอกให้เราถอดเสื้อ ประมาณ 3 รอบ บอกตามตรงตอนนั้นคือแบบ ถอดใจ ไม่ทำดีมั้ยเนี่ย ต้องมาโชว์นม(เล็กๆ) ให้คนแปลกหน้าดู โอ๊ยยยยยยย แต่ที่สุดก็ถอดค่ะ 555555555 คุณหมอก็มองไป วัดไป
คุณหมอ : เราตัวเล็ก หน้าอกเลยเล็กตาม ..นมค่อนข้างห่างด้วย หมอจะเสริมให้ไม่ชิดมากเพราะจะทำให้หัวนมชี้ออก แล้วก็ไม่ควรทำใหญ่เกินตัวจะดูแปลกๆ ระหว่าง 250cc กับ 285cc เลือกขนาดไหน (หมอจะมีซิลิโคนให้จับด้วย)
เรา : เสริมไม่ชิดมากมันจะห่างกว่าเดิมมั้ยคะ ?
คุณหมอ : ประมาณ 1 เดือน นมจะชิดเข้าทรงแบบธรรมชาติไปเอง ไม่ต้องกังวล
เรา : หนูขอใหญ่เท่าที่ใหญ่ได้ค่ะ (ตอนฟังแบบ เอ๊ะ ทำไมได้แค่นี้ งั้นขอใหญ่ที่สุดเท่าที่จะใหญ่ได้ไปเลย! แอบโลภ5555555) แบบนี้เนื้ออะไร ทรงอะไรคะ ? (จับแล้วนิ่มมากกกกก เราคิดว่าสัมผัสมันเหมือนลูกซาลาเปา)
คุณหมอ : 285 กำลังพอดีตัว หมอแนะเท่านี้ เป็นซิลิโคนฝรั่งเศส ผิวทราย ทรงกลม
เรา : ทรงกลมมันจะออกมาเป็นบล็อกมั้ยคะ
คุณหมอ : มันอยู่ที่วิธีการผ่าตัดด้วย แต่ไม่ต้องห่วง หมอไม่ทำให้เป็นบล็อกแน่นอน (คุณหมอหลุดขำเบาๆ ทำเอาเราอายไม่กล้าถามต่อเลยค่ะ5555555)
คุณหมอ : มีอะไรอยากรู้อีกมั้ย
เรา : ไม่มีแล้วค่ะหมอ ไว้ใจหมอค่ะ
คุณหมอ : (หมอขำอีกแล้ว) หมอจะผ่าวางซิลิโคนใต้กล้ามเนื้อ แผลจะอยู่ใต้ราวนม 2-3 เดือนรอยแผลจะค่อยๆ จางไปเองนะ
เรา : หนูไว้ใจหมอค่ะ (อายไม่ไหวแล้ว หมอมองตาเราตลอด5555555)
สรุปวันนั้น ปรึกษาเกือบครึ่งชั่วโมง เพราะเรามัวอาย.. จบที่ซิลิโคนฝรั่งเศส sebbin 285CC ผ่าตัดใต้ราวนม วางซิลิโคนใต้กล้ามเนื้อ วางเงินมัดจำครึ่งราคา (40,000 บาท) และนัดคิววันทำ ของเรานัดคิวถัดไป 1 อาทิตย์ค่ะ ใจจริงอยากได้เร็วกว่านี้ แต่เพราะทางคลินิกขอให้งดแอลกอฮอล์ งดอาหารเสริมล่วงหน้า 1 อาทิตย์ เลยต้องเป็นไปตามนั้น

วันผ่าตัด วันนี้ที่รอคอยมาถึงแล้วว กว่าจะถึงรู้สึกเวลาผ่านไปช้ามากกก เรางดแอลฯ งดอาหารเสริมตามคำแนะนำของคลินิก และก่อนวันทำงดอาหารก่อนผ่าตัด 8 ชั่วโมง คิวของเราเป็นคิวผ่าตัดแรกของคุณหมอค่ะ ไปแต่เช้าเลย ขั้นตอนการเตรียมตัวที่คลินิกเริ่มจากการเปลี่ยนเสื้อผ้าและล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่ทางคลิกนิกเตรียมมาให้ค่ะ แล้วก็นั่งรอในห้องรับรอง เพื่อรอพูดคุยกับคุณหมออีกหนึ่งรอบ ถึงจะย้ายเข้าไปนอนรอเตรียมผ่าตัด (ไม่ได้พูดคุยอะไรกันมากเท่าไหร่คะ เค้าจะถามว่าตื่นเต้นมั้ย หลังทำจะเจ็บหน่อยนะ ญาติมาด้วยมั้ย ให้มารับประมาณกี่โมง)

บรรยากาศในห้องผ่าตัด เราเคยเข้าห้องนี้มาแล้วครั้งนึงเลยไม่ค่อยตื่นเต้น (ตอนทำจมูก) แต่อาย เพราะเดี๋ยวต้องแก้ผ้า…….. ห้องจะอยู่ชั้น 2 ค่ะ เครื่องมือครบครันเหมือนในโรงพยาบาลเลย ดูสะอาดมาก และจะมีการเปิดเพลงตลอดเวลา  (จำได้ฝังใจเลยค่ะ ตอนก่อนสลบเปิดเพลงของพี่ป้าง – คนมีเสน่ห์ ยังแอบขำ5555555555555) เรานอนรอเตรียมตัวให้ทีมแพทย์เข้ามาซักแปปนึงก็จะเริ่มรัดเข็มขัดกับเตียง ใส่เครื่องวัดชีพจรตรงนิ้วและหน้าท้อง พอเสร็จคุณหมอวิสัญญีก็จะเข้ามาคุยด้วย (วันนี้คนละคนกับตอนทำจมูก เป็นคุณหมอผู้ชายน่ารัก><) คุณหมอจะชวนคุยประมาณว่า ตื่นเต้นมั้ย แต่พี่ๆ พยาบาลตอบแทนเราหมดเลยค่ะ คุณเป็นลูกค้าเก่า(ที่นี่จะเรียกลูกค้าว่า คุณ นะคะ รู้สึกเกรงใจมากตอนเค้าเรียก5555) คุณเคยทำจมูกแล้ว เรานอนยิ้มไปขำไป แล้วก็รอเค้าเอาเครื่องคล้ายๆ เครื่องให้ออกซิเจนมาครอบบริเวณจมูกกับปาก แล้วก็ให้เราสูดหายใจ นับ 1 – 3 (แต่เรานับถึง 2 สลบก่อน รู้สึกดีมากๆที่หลับก่อนเค้าจะแก้ผ้าเราออก55555555555555)

หลังผ่าตัด เราฟื้นตัวเพราะมีคนเรียกแล้วก็สะกิดเบาๆ รู้ตัวอีกทีคืออยู่บนเตียงในห้องรับรองแล้วค่ะ มีสายระโยงระยางแล้วก็ได้ยินเสียงเครื่องวัดชีพจรดังเรื่อยๆ ความรู้สึกแรกคือรู้สึกเจ็บแปล๊บบบบบบ ตรงหน้าอก น้ำหูน้ำตาเราเปรอะไปหมดจนพี่พยาบาลต้องเช็ดหน้าให้5555555 ฟื้นได้แปปเดียวเราก็งีบต่ออีกรอบนึง รู้สึกเพลียๆ พอตื่นมาอีกรอบคุณหมอก็อยู่ข้างๆ เตียง มองยิ้มตาปิด5555555 ถามอาการเราตลอด เจ็บมั้ย ไหวรึเปล่า พี่พยาบาลก็ช่วยเอาน้ำแดงมาให้ดื่ม แล้วก็ถามว่าจะกินอะไรมั้ย เค้าจะเอาข้าวต้มมาให้ แต่เราไม่หิวเลย อยากกลับไปนอนต่อที่บ้านมากกว่า เลยนอนรอให้หายเพลียก่อน

สรุปเคสเราใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 3 ชั่วโมงค่ะ ตั้งแต่ 9 โมง ถึงเที่ยงๆ (ตอนลงแอบลำบากนิดนึง ต้องให้ทั้งพี่พยาบาลทั้งเพื่อนมาช่วยพยุง เดินแล้วมันรู้สึกเจ็บแบบหน่วงๆ) อ่อตอนกลับจะได้ยา ชุดซัพพอร์ต และใบรับประกันซิลิโคนกลับบ้านด้วยนะคะ ใบนี้จะมีรหัสซิลิโคนที่ใส่ไปในร่างกายของเราด้วย รับประกันว่าตอนหลับไป เค้านำของจริงมาใส่ให้เราแน่นอน ไม่โมเม

สรุป Service Mind ที่นี่เราโอเคมากกกกกกกก ถ้าบอกว่าคือบ้านหลังที่ 2 ก็ไม่เว่อร์อ่ะ เพราะไปแล้วรู้สึกแบบเป็นกันเอง เหมือนทุกคนพร้อมจะให้บริการช่วยเหลือเราด้วยหน้าตายิ้มแย้ม ทั้งตัวคุณหมอ พยาบาล พนักงาน ทุกคนดูแลดี รู้สึกว่าคุ้มราคากับค่าเสียหายที่เราได้เสียไปค่ะ(มีการนัด follow up หลังทำ 1 อาทิตย์ 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน และ 1 ปีค่ะ เค้าไม่ทิ้งเราเลย)

1 อาทิตย์ หลังทำนม

เราเคลียร์ตารางงานว่างไว้เลย 1 อาทิตย์ค่ะ เพราะหลายคนที่ทำนมไปส่วนใหญ่จะบอกว่ามีอาการช้ำ ใส่เสื้อผ้าลำบาก ไปไหนมาไหนลำบาก
แต่ผลออกมากลับคนละอย่างเลย วันแรกยอมรับว่าเจ็บ มันหน่วงๆ ไม่มีเวลาสนใจว่านมออกมาเป็นยังไง

แต่พอตื่นมาวันที่ 2 อาการเจ็บลดลง (เราไม่ได้กินยาพาราเลยค่ะ) ออกไปทานข้าวนอกบ้านกับเพื่อน ใส่เสื้อกล้าม เพื่อนทักว่าใหญ่มากกกกกก (ก้มดู เอ้อ ชั้นก็ไม่ธรรมดาละนะ!)

วันที่ 3 เราแอบไปเที่ยวกลางคืนค่ะ (วันนี้เข้าไปคลิกนิกเพื่อเอาผ้าพันหน้าอกออกแล้ว และสามารถใส่สปอร์ตบราได้แล้วนะคะ สำหรับชุดซัพพอร์ตไว้ใส่แค่ตอนนอนค่ะ) แต่ยังไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์ ไม่มีอาการปวดอะไรเลยค่ะใช้ชีวิตได้ปกติ


พอครับ 7 วัน นัด follow up กับคุณหมอค่ะ ผลออกมาดีเกินที่คาดไว้
นมไม่แข็ง ไม่ช้ำ และเริ่มเข้าทรงแล้ว (คุณหมอยังตกใจว่าทำไมเราฟื้นตัวไว)

และวันที่ 10 เราก็แต่งตัวทำงานได้แล้วค่ะ (ทำงานวันแรกก็โชว์น้องนมเลย5555555555555) เราใส่สปอร์ตบาร์แทนการใส่เสื้อในค่ะ เพราะมันโดนแผล รู้สึกใส่สบายมาก ประมาณ 1 เดือนเราถึงใส่ปีกนกแทน (ซัพพอร์ตบราของคลินิก ถ้าไม่ลืมจะใส่ตลอดเวลานอน ส่วนตัวคิดว่าช่วยให้นมชิดไว้ขึ้นด้วย) ตลอดหลังการทำไม่มีอาการช้ำเหมือนคนอื่น ส่วนเรื่องนวด เราแทบไม่ได้นวดเลยค่ะ เพราะไม่รู้สึกว่านมแข็ง แต่คุณหมอก็กำชับว่าต้องนวดบ้าง เพราะถ้าเกิดพังพืดแล้วจะนวดลำบาก โชคดีที่เรายังไม่มีอาการนั้น แต่ต้องยอมรับเลยว่าคุณหมอเก่ง ไม่ช้ำเลยค่ะ

**ครบ 1 เดือนเราก็เข้าไปทำคอร์ส scar clear กับทางคลินิก เป็นเลเซอร์ลดเลือนริ้วรอยแผลเป็นที่แถมมากับโปรโมชั่น คือดีมากๆ ทำแล้วเห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกเลย สีของแผลเป็นจางลงอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ

ชีวิตหลังทำนม

1.    รอยแผลเล็กมาก เล็กกว่ารอยปากกาอีก เราว่าผ่าตัดแผลใต้ราวนมจะดูไม่ออกเลยค่ะ นานๆ ไปจะเหมือนรอยพับ ส่วนนึงเราว่าคุณหมอเก่งด้วย (เคยเห็นแผลของพี่หญิงแย้ที่ผ่าแบบใต้รักแร้ น่ากลัวมากกกก สำหรับเราเราค่อนข้างกลัวและกังวลเรื่องแผล จะใส่แขนกุด แขนสั้น เกาะอกไม่มั่นใจแน่ๆ)
2.    เสื้อผ้าที่เราเคยซื้อแล้วใส่ไม่ได้ ปัจจุบันเราสามารถใส่ได้ทุกตัวแล้วค่ะ ดีใจมากกกกกกกกกกกกก ประหยัดเงินซื้อเสื้อผ้าไปก่อนได้เลย เพราะในตู้นี่เยอะมากกก ดีที่ยังไม่ทิ้งไป 55555555

3.    บุคลิกดีขึ้นมากกก จะรู้สึกตัวทันทีถ้ายืนตัวไม่ตรง หรือยืนไหล่ห่อ (ร่างกายจะปรับตัวเองแบบออโต้เลยค่ะ ชั้นต้องยืดอกตลอดเวลา อันนี้ไม่ได้ล้อเล่นนะ555)
4.    รายได้เราเยอะขึ้นเพราะเราได้โอกาสทำงานแนวอื่นๆ นอกจากแนวใสๆ รู้สึกว่าศัลยกรรมแล้ว success

5.    ติดนิสัยชอบใส่บราปีกนกไปเลย เพราะรู้สึกมันใส่สบายมากก (เมื่อก่อนใส่ไม่ได้ป่ะ ไม่มีให้เกาะ 555)
6.    หลังทำช่วงอาทิตย์แรก หัวนมตั้งค่ะ (เปล่าทะลึ่งนะคะ) เพิ่งรู้ตัวตอนเพื่อนทัก ตอนออกไปไหนมาไหนก็สงสัยว่าทำไมคนชอบมองหน้าอกผิดปกติT^T
7.    จากข้อ 6 ใครทำนมมาคงต้องยอมรับค่ะ ว่าคนแปลกหน้าหรือคนรอบตัวจะชอบมองนมก่อนมองหน้าเรา บางคนคุยกับเราไม่มองหน้าเราด้วยซ้ำ มองแต่นม เห้ออออออ

8.    นมไม่แข็งอย่างที่ลือกันในเน็ตเลยยย ของเรานิ่มมาก ขนาดไม่ค่อยได้นวด (คุณหมอแนะนำและสอนให้นวดด้วยค่ะ เพราะนวดนอกจากจะทำให้นมนิ่มแล้ว ยังทำให้นมชิดขึ้นได้ด้วย)
9.    จากข้อ 8 นมที่ทำมาตอนอาทิตย์แรกจะรู้สึกว่าห่าง แต่พอครบ 1 เดือนก็ชิดแล้วค่ะ หัวนมไม่ชี้ออก อยู่ในจุดพอดีสายตา >< (ตามที่คุณหมอบอกเป๊ะเลยค่ะ)

10.    ไซส์นมจะลดลงนิดหน่อยต่างจากวันแรก และคงที่อยู่ที่ 1 เดือนค่ะ จะไม่เล็กลงกว่านี้แล้ว ขนาดถือว่าพอดีตัวมากๆ ถามว่าใหญ่มั้ย ใหญ่นะ แต่การแต่งตัวมันก็ทำให้หน้าอกดูเล็กใหญ่ต่างกันไปในแต่ละวันด้วย
11.    ขยับร่างกายได้ตามปกติ ไม่ตึง ไม่เจ็บ ปกติแล้วเราไม่ค่อยได้ออกกำลังกายอยู่แล้ว หลังทำแรกๆเลยไม่รู้สึกว่ากระทบกับชีวิตเท่าไหร่ แต่จะพยายามยืดนิดๆ เวลานั่งว่างๆ ไม่รู้เพราะทำบ่อยรึเปล่าเลยรู้สึกว่าร่างกายเข้าที่เร็วกว่าคนอื่น
12.    โดนแฟนเก่า โดนเพื่อน ทักว่าอ้วนขึ้น ?!?! เพราะนมใหญ่ 55555555555555 แต่จริงๆ น้ำหนักไม่ได้เพิ่มขึ้นเลยค่ะ T^T

ถ้าถามว่าชีวิตเราเปลี่ยนไปมั้ยหลังทำนม เปลี่ยนค่ะ เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ทุกๆ อย่างเปลี่ยนในทางบวก (ยกเว้นคนมองนมก่อนหน้านี้แหละ) อาจจะไม่ได้เปลี่ยนเท่าหลังทำจมูก แต่อย่างน้อยๆ ก็ทำให้เรารับงานได้ง่ายขึ้น มีรายรับเข้ามามากขึ้น ทุกครั้งที่ออกงาน ใส่เสื้อผ้าแบบไหน แนวไหน เราก็รู้สึกมั่นใจ และความมั่นใจนั้นก็ช่วยปรับบุคลิกภาพของเราให้ดีขึ้นตามไปเอง

ศัลยกรรม กับ พริตตี้

ตามที่จั่วหัวกระทู้ จริงๆ เราอยากให้คนมองอาชีพพริตตี้ใหม่ เป็นความในใจของเราเองค่ะ พริตตี้ในสายตาที่ใครหลายๆ คน ชอบคิดว่า อาชีพนี้ใครๆ ก็เป็นได้ แค่สวย เดี๋ยวก็มีผู้ชายมาประเคนเงินให้ .. แยกแยะให้ออกนะคะ พริตตี้ MC ไม่ได้จ้างมาแค่ยืนเฉยๆ อย่างเดียว ต้องพูดคุยกับลูกค้า เชิญชวน หาลูกค้า ถ้าแค่สวยอย่างเดียวแล้วมีคนมาประเคนเงินให้ นั่นคงไม่ใช่อาชีพแบบเราค่ะ

อาชีพเราอาจจะดูสบาย แต่ความเป็นจริงเกือบทุกงาน เราต้องยืนทั้งวัน เดินทั้งวัน เหนื่อยแค่ไหนก็ต้องยิ้ม โดนลูกค้าหงุดหงิด เหวี่ยง หรือพูดจาไม่ดียังไง เราก็ต้องยิ้ม ต้องทำตัวมีความสุขตลอดเวลา เหมือนอาชีพบริการ ทั่วๆ ไปนี่แหละค่ะ อย่าดูถูกกันเลย เข้าใจกันหน่อยนะคะ อมยิ้ม04

อยากฝากทุกคน รวมถึงเพื่อนๆ พริตตี้ MC PR ที่มีความคิดจะทำนม หรือศัลยกรรม อยากให้ถามตัวเองว่าทำไปแล้ว ตัวเราเองได้อะไรกลับมาบ้าง ? ถ้าทำแล้วแค่ได้ถ่ายรูปอวดลงโซเชี่ยล เราว่าอย่าทำเลยค่ะ อย่าให้ใครเค้ามองว่าเราสวยอย่างเดียว แต่ไม่มีสมอง (แต่ถ้ามีเงินเหลือแล้วอยากจะทำก็ไม่ว่ากันนะ 5555) เพราะทุกวันนี้ วงการพริตตี้ MC ส่วนใหญ่ ความสามารถเก่งๆ กันหมดแล้วค่ะ

Ps. สาวๆ คนไหนที่มีเรื่องสงสัย หรืออยากคุยอะไร คุยกับจขกทได้เลยนะคะ เป็นกำลังใจให้เพื่อนๆ ทุกคนเปลี่ยนแปลงตัวเองค่ะ

ผู้หญิงผู้หญิงผู้หญิงผู้หญิงผู้หญิงผู้หญิงผู้หญิงผู้หญิงผู้หญิงผู้หญิงบร๊ะเจ้าโจ๊ก

อัพเดทงานถ่ายแบบล่าสุดของเราค่ะ ใส่ชุดแบบไหนก็กล้าโชว์มากขึ้น
(คิดว่ามันไม่ได้ออกมาโป๊จนน่าเกลียด อาจจะเป็นเพราะขนาดหน้าอกมันไม่ได้ใหญ่เกินจนเว่อร์)

บร๊ะเจ้าโจ๊กบร๊ะเจ้าโจ๊กบร๊ะเจ้าโจ๊กบร๊ะเจ้าโจ๊กบร๊ะเจ้าโจ๊ก







Facepalm

จริงๆ เราไม่ได้ทำใหญ่ขนาดนั้นนะคะ ที่ดูใหญ่จะเป็นเพราะชุดและการดันทรงของเราเอง
เพราะส่วนตัวก็ไม่ชอบให้ใหญ่เกินตัว ตอนทำก็ได้บอกคุณหมอแล้วว่าขอแบบพอดีตัวนะค้ะ เพราะเราต้องการแค่ให้ทำงานได้ ใส่ชุดแล้วสวย มั่นใจ ปัญหาบราอ้าหรือใส่เสื้อคอกว้างก้มทีเห็นยันสะดือไรแบบเนี้ยไม่มีแล้วแค่นั้น ไม่ได้ต้องการให้ใหญ่เกินตัวนะค่า เพราะเราเป็นคนตัวเล็ก
ปกติเราก็ไม่ได้แต่งแบบนี้นะค้ะ ขอโทษที่ไม่ได้ลงภาพชุดธรรมดาๆให้ดูเพิ่มเติม

อันนี้เป็นชุดธรรมดานะคะ ไม่ได้มีการดันทรงเพื่อให้ดูดูมดูม


ส่วนงานรับได้ทุกงานไม่เกี่ยงงานเบยยย อันนี้เป็นงานพิซซ่าที่ผ่านมานะค้ะ



ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาคอมเม้นและติชมนะค้าา ^^

 

ขอขอบคุณกระทู้รีวิวจาก pantip