แก้ปัญหาหน้าล้ามาไกล.. ด้วย Fat transfer

สวัสดีทุกคนค่า ชื่อสตางค์ค่ะ ไม่รู้จักไม่เป็นไร 55555 เรามีโอกาสได้ไปฉีดไขมัน Fat transfer หน้าที่มาสเตอร์พีซ คลินิก เมื่อเดือนที่แล้วค่ะ ตั้งใจจะรีวิวตั้งแต่หลังทำเสร็จ 2 อาทิตย์แรกแล้ว แต่ไม่มีเวลา+ยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นยังไงดี แบบเราเป็นใคร รีวิวไปจะมีคนสนใจหรอ แต่คนรอบข้างในชีวิตจริงตอบรับดีมาก ถามเยอะว่าทำอะไรมาหน้าตาสดใสขึ้น ทำให้ตัดสินใจง่ายขึ้นว่าจะมาเขียนรีวิว เผื่อสำหรับคนที่สนใจหรือมีปัญหาแบบเราประมาณนี้ ^^

ก่อนทำ Fat transfer

ปัญหาของเราชัดมากค่ะ คือเราเป็นคนหน้าผอม หน้าตอบ ทั้งที่เมื่อก่อนก็เป็นประมาณนี้แหละนะ แต่เพราะเราไม่ได้ใส่ใจ ไม่ได้มองว่ามันคือปัญหา รู้สึกดีด้วยซ้ำ 55555 ดูเป็นคนผอม แต่พอโตขึ้นและเริ่มมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ก็เริ่มคิดแล้วว่าหน้าเรามันมีปัญหามากจริงๆ สำคัญคือมันทำให้เราดูแก่เกินวัย หน้าเหี่ยวและโทรม

ก่อนทำ Fat transfer

ตอนแรกยังไมได้ตัดสินใจเลือกว่าจะทำอะไรเพื่อแก้ปัญหา แต่ก็ไปปรึกษากับคุณหมอที่คลินิกแห่งหนึ่งมา เค้าแนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์เติมหน้าผาก ซึ่งตอนนั้นเราก็ไม่รู้หรอกว่าต้องทำอะไรยังไงบ้าง กะมาปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญก่อนแล้วตัดสินใจทำ สรุปก็ฉีดไป 1 แมตเบาๆ ตรงหน้าผาก

แต่ความรู้สึกหน้าโทรม หน้าเหี่ยวก็ยังอยู่ค่ะ มันเป็นความรู้สึกหน้าตาไม่สดชื่น แรกๆ ก็เข้าใจว่ามันยังไม่อยู่ตัว ก็รอไปอยู่เป็นเดือนยังไม่ดีขึ้น แต่อยากแก้ปัญหาจริงๆ เลยปรึกษาเพื่อนสนิท เค้าก็แนะนำคลินิกที่มีชื่อมาเยอะเลย วิธีเลือกคลินิกของเราคือ

  • เซิร์ชชื่อคลินิกที่แก้ปัญหารูปหน้า
  • คัดๆ ตัดๆ ประมาณ 3-4 ที่ แล้วสแกนงานหมอ
  • แอดไลน์ปรึกษาพนักงาน ปล.บางที่มีชื่อเสียงแต่บริการห่วยก็มี (ไม่โอเคเราก็ตัด)
  • นัดคิวเข้าไปปรึกษา ก่อนทำจริง

ทั้งหมดนี้อย่ารีบค่ะ ค่อยเป็นค่อยไป สมัยนี้หาอ่านง่ายแต่ต้องใช้เวลา มีโอกาสได้เข้าไปปรึกษากับคุณหมอด้วยตัวเองจะดีที่สุด เป็นการ survey สถานที่ไปในตัวด้วยค่ะ สถานที่ที่น่าเชื่อถือ สะอาด ช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้นด้วยค่ะ

ถ่ายรูปที่แสงลงจัดๆ จะเห็นปัญหาชัดมาก

Makeup ดีๆ ก็ช่วยได้บางครั้ง แต่ให้ปิดทุกวันไม่ไหว

ทุกปัญหาจบที่ Masterpiece Clinic

คนรู้จักเข้ามาถามเยอะว่าทำไมเลือกทำที่มาสเตอร์พีซ คลินิก อยากรู้เหตุผลว่าทำไมเราถึงเลือกทำที่นี่ จะบอกว่าเราประทับใจคุณหมอกับสถานที่ค่ะ (ข้อดีของการเข้าไปปรึกษาหลายที่ ^^) ตอนปรึกษาคุณหมอชาคริตวิเคราะห์ละเอียดมากๆๆ มากกว่าที่อื่นๆ ที่เราลองไปปรึกษามาเหมือนกัน ซึ่งเราก็บอกความต้องการเหมือนกันทุกที่เท่ากันหมด คือ

  • รู้สึกว่ารูปหน้าไม่มีมิติ
  • ใต้ตาลึก หมองคล้ำดูไม่สดใส ทำให้หน้าดูแก่ มีอายุ
  • หน้าสองข้างไม่ค่อยเท่ากันด้วย

อยากให้หน้าเป็นรูปทรงมากขึ้น หน้าดูเล็กลง ขอซะเยอะ 55555 และๆๆ ก่อนหน้านี้เคยจิ้มฟิลเลอร์มาด้วย แต่ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยน เสร็จคุณหมอก็ให้เราหันหน้าซ้ายขวาๆ แล้วบอกว่าเราเป็นคนแก้มตอบมาก ใบหน้าช่วงล่างค่อนข้างแคบ และถามว่าฉีดฟิลเลอร์ตรงไหนมา ฉีดนานหรือยัง

ซึ่งคุณหมอชาคริตไม่ได้มองว่าหน้าผากเราเป็นปัญหามาก แต่เป็นเพราะจุดบกพร่องหลายๆ จุดมารวมกันจนทำให้ใบหน้าโดยรวมดูโทรมและเหนื่อย คุณหมอแนะนำให้ฉีดไขมัน(Fat transfer)เลยค่ะ

เรา: ใช้ไขมันตัวเองหรอคะหมอ

หมอชาคริต: ใช่ครับ แต่ต้องดูก่อนว่าคนไข้มีจำนวนไขมันพอมั้ย

เรา: ที่ขาน่าจะพอค่ะ 555555 แล้วมันอยู่ได้นานมั้ยคะ

คุณหมอก็ตอบคร่าวๆ (ที่จำได้) ว่าปกติเซลล์ไขมันที่ฉีดเข้าไป 100% จะอยู่รอดและเติบโตตามธรรมชาติประมาณ 60-80% ซึ่งขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและความแข็งแรงของเซลล์ไขมันด้วย อธิบายซะเปลี่ยนบรรยากาศห้องปรึกษาเป็นห้องเรียนไปเลย 55555

มารออัพความสวยโหน่ยยยยย 💙

หลังฉีดไขมันหน้าเสร็จทันที

เราฉีดไขมันทั้งหมด 3 จุดใหญ่ๆ คือหน้าผาก ใต้ตาและแถวๆ แก้มส้มใกล้ๆ โหนกแก้ม คุณหมอบอกว่าเรามีโหนกแก้มชัด การฉีดไขมันจะทำให้หน้าดูสมูทและลดความชัดของโหนกแก้มลงได้ คุณหมอใช้ไขมันจากต้นขาค่ะ ตอนทำไม่เจ็บเลย ก่อนทำคุณหมอจะวาดๆ จุดที่จะฉีดก่อน แต่ก่อนจะวาดก็ให้มองตัวเองในกระจกว่าจะเติมตรงนี้ๆ ผิวจะฟูขึ้นแบบนี้ๆ นะ และพอจะเริ่มทำจริงพี่พยาบาลก็เข้ามาวางยานอนหลับให้ค่ะ

วันที่ 3 หน้าตาก็ดูสดใส ดูฟูขึ้นมาก คือดีว่ามั้ย ^^

วันนี้เราต้องกลับไปคลินิกอีกรอบค่ะ มีนัดตัดไหมกับคุณหมอชาคริต

ตอนตัดไหม ไม่ได้หลับ แค่ตั้งใจฟังเพลง ^^

Follow up Fat transfer 7 days @Masterpiece Clinic

ภาพตอน 7 วัน แตกต่างชัดมากกก เราชอบมาก เพราะหน้าตาดูอิ่ม มีน้ำมีนวล แถมรอยดำใต้ตาไม่มีแล้วค่ะจริงๆ ตรงนี้ไม่คิดว่าจะได้ด้วย คนรู้จักก็ถามมาเยอะมากๆ หลายคนสนใจอยากทำ แต่เราก็บอกนะว่าให้เข้ามาปรึกษาคุณหมอดูก่อน เพราะเรามีปัญหาเรื่องหน้าตอบจนดูโทรมมาก เข้ามาให้คุณหมอช่วยประเมินก่อนว่าต้องเติมตรงไหน มีปัญหาอะไร เผลอๆ อาจจะแค่ปรับสภาพผิว ไม่ถึงขั้นทำแบบเราก็ได้ เพราะที่นี่ (Masterpiece Clinic) มีบริการรักษาผิวหน้า พวก laser, IPL, Motif โดยเฉพาะโปรแกรม Uni Tightening (Davinchi) ที่ว่าช่วยสร้างคอลลาเจนและกระชับผิว เรายังสนใจดูๆ อยู่เหมือนกัน แต่ต้องรอปรึกษาคุณหมอชาคริตอีกครั้งค่ะ เพราะช่วง 1 เดือน หลังฉีดไขมัน Fat transfer ต้องพยายามหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่มีความร้อนเยอะๆ การอาบน้ำอุ่น หรือกิจกรรมที่อาจกระทบการบริเวณที่ฉีดไขมันค่ะ เสี่ยงทำให้ไขมันที่ฉีดเคลื่อนย้ายได้

เราได้รู้จากคุณหมอชาคริตว่าเซลล์ไขมันที่ฉีดเรียกว่า Fat Stem Cells ซึ่งเป็นเซลล์ที่เข้าไปช่วยซ่อมแซมเซลล์เก่าที่เสื่อมสภาพให้กลับมาดีขึ้น ส่วนเซลล์ใหม่ๆ ที่ฉีดเข้าไปก็จะไปเติบโตใหม่อีก ทำให้หน้าเราดูอิ่มและสดใสขึ้น เพราะมีแต่เซลล์ไขมันที่แข็งแรงคอยฟื้นฟูสภาพผิวค่ะ

หน้าตาเปลี่ยนไปมากไหม โดยที่ไม่ต้องศัลยกรรมอะไรเลย สิ่งที่ฉีดเข้าไปก็เป็นสารธรรมชาติจากร่างกายของเราล้วนๆ ความปลอดภัย 100%  ถามว่าเจ็บตัวซ้ำซ้อนมั้ย.. ไม่ค่ะ ได้กำไร 2 ต่อด้วยซ้ำ อย่างแรกคือหน้าตาดูสดใส ปัญหาจุดบกพร่องที่ทำให้หน้าดูแก่ก่อนวัยถูกกำจัดได้จริง ดูเด็กลง อย่างที่สองคือเอาไขมันส่วนเกินออกด้วย มันคุ้มค่ามากกว่าจะมองว่าเจ็บตัวซ้ำซ้อนเลยล่ะ หวังว่ารีวิวเราจะเป็นประโยชน์กับคนหลายๆ คนนะคะ สวัสดีค่ะ ^^

ขอขอบคุณกระทู้รีวิวจาก webboard.wonderful.in.th/

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Call Center : 02-1054370
Facebook : masterpiececlinicbeauty
Instagram :  masterpiece_clinic
Line : @masterpiececlinic
Youtube : Masterpiece Clinic